เกาะเสม็ด

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำ  เกาะเสม็ด

เกาะเสม็ด ถ้าหากจะพูดถึงเกาะนี้ร้อยทั้งร้อยสำหรับคนไทย จะรู้จักเกาะนี้ด้วยเพราะเคยมีตำราเรียนของไทย  ได้พูดถึงนิทานพื้นบ้านที่เรียกกว่า “เกาะแก้วพิศดาร” ในละครเรื่อง พระอภัยมณีนั่นเอง  (เนื้อเรื่องสามารถไปหาอ่านได้ครับมีหลายตอน)  เอาเป็นว่าเรามาพูดถึงความน่าสนใจของเกาะนี้กันดีกว่า  สำหรับผมสิ่งที่ผมชอบก็คือ  ผู้คนที่เป็นมิตร และการเดินทางที่สะดวกสบาย  การเดินทางในทริปนี้ผมเดินทางจากกรุงเทพ ฯ  ซึ่งก็มีให้เลือกได้ว่าจะนั่งรถตู้ หรือมินิบัส  ถ้าเป็นรถตู้ก็จะเร็วกว่าประมาณ 1 ชั่วโมงครับ  แต่ถ้าท่านไม่รีบร้อนแนะนำมินิบัส  เพราะปลอดภัยกว่าครับ

สถานที่หรือจุดขึ้นรถหลัก ๆ จะมี 2 ที่ก็คือ ตรงสถานีหมอชิต  และสถานีเอกมัย  ตามแต่ที่ท่านสะดวกเลยครับ  ระยะทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง  ต้องเผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ  รถจะไปจอดที่บริเวณท่าเรือบ้านเพ  จุดนี้ท่านสามารถต่อเรือข้ามฟากไปที่เกาะได้เลยครับ  ระยะเวลาในการข้ามไปที่เกาะถ้าเป็นเรือทั่วไปก็ประมาณ 1 ชั่วโมง  แต่ถ้าเป็นสปี๊ดโบสก็เร็วครับไม่เกิน 15 นาทีก็ถึงแล้ว

ราคาค่าเรือข้ามเกาะ

เรือข้ามฟาก   ราคา  120  (สำหรับไป-กลับ)

เรือสปี๊ดโบส  ราคา   200 บาท/เที่ยว  350 บาท (สำหรับไป-กลับ)

เมื่อไปถึงเกาะถ้าหากคุณพักไม่ไกลจากหาดทรายแก้ว ผมแนะนำให้เดินไปที่พักดีกว่า  เพราะไม่ไกลมาก  แต่พักไกลมาหน่อยก็ต้องนั่งรถสองแถวเข้าไป  สำหรับผมเลือกพักไม่ไกลจากหาดทรายแก้วเท่าไหร่  เหตุผลแรกก็คือสะดวก และใกล้ตลาดและมีร้านอาหารให้เลือกซื้อและรับประทานได้สะดวก  มาดูที่พักกันเลยครับ

บรรยากาศในที่พักน่าอยู่มากครับ  พนักงานมีความเป็นกันเอง อัธยาศัยดีมากมีที่พักแบบพักเดี่ยว  และพักรวมแบบ Hostel  ให้คุณได้เลือกตามแต่สะดวก  เมนูอาหารเช้าที่นี้สามารถสั่งได้หรือคุณจะสั่งรวมไปกับเซทที่พักรวมอาหารเช้าก็ได้ครับ  จะคิดเพิ่มอีก 150 บาท  ส่วนตัวผมเลือกพักแบบ Hostel เป็นห้องพักแบบเตียง 2 ชั้น ภายในห้องนอนได้ 6 คน  มีห้องน้ำในตัว และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ เช่น ผ้าขนหนู  ไดร์เป่าผม แชมพู ครีมอาบน้ำ (ถือว่าไม่เลวเลยครับสำหรับราคานี้)  ระยะทางจากที่พักกับหาดทรายแก้วประมาณ 500 เมตร  สามารถเดินไปได้เลย

เกาะเสม็ดเป็นชื่อเกาะและจะมีอ่าวต่าง ๆ มากมายภายในเกาะนี้ รวมทั้งหมด 12 อ่าว  ได้แก่ ส่วนตัวผมคิดว่า 2 คืน 3 วันกำลังดีสำหรับการเดินทางในทริปเสม็ด

1.อ่าววงเดือน

2.อ่าวนวล

3.อ่าวเทียน

4.อ่าวทับทิม

5.อ่าวช่อ

6.อ่าวพร้าว

7.อ่าวไผ่

8.อ่าวลุงดำ

9.อ่าวลูกโยน

10.อ่าวปะการัง

11.อ่าวกิ่ว

12.อ่าวหวาย

 

อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องไปทุกอ่าวก็ได้นะครับ  สำหรับผมแล้วแนะนำให้คือ 1.หาดทรายแก้ว 2.อ่าวไผ่  3.อ่าวพร้าว  4.อ่าวหวาย 5.อ่าวกิ่ว 6. อ่าววงเดือน 7.อ่าวทับทิม   ส่วนที่เหลือถ้าสนใจก็สามารถเข้าไปดูได้  แต่ทางเข้าไปค่อยข้างลำบากหน่อยนะครับ เพราะเป็นถนนลูกรัง  และก็สวยไม่เท่า 7 แห่งที่ผมกล่าวมาครับ  และไฮไลน์ที่ขาดไม่ได้สำหรับหาดนี้ก็คือ  การโชว์ควงกระบองไฟ อันที่จริงมีหลายร้านครับ  แต่ร้านพลอยทะเลจะได้รับความนิยมสูงสุด  อยู่ตรงหาดทรายแก้วเลยครับ  ในเรื่องของราคาอาหารที่นี่ถือว่าไม่แพงนะครับ  สามารถเลือกหาซื้อได้ตามแต่ที่ท่านชอบเลย  ตั้งแต่ถูกไปจนถึงแพง  ราคาคนไทยครับ  และทีชอบที่สุดคือ ความเป็นมิตรของผู้คนในท้องถิ่น

พูดถึงเรื่องการเช่ามอเตอร์ไซต์สำหรับทริปราคาค่าเช่าวันละ 300 บาท/วัน ครับ  แต่แนะนำอย่างหนึ่งคือ ห้ามล็อกลูกกุญแจเด็ดขาดเพราะกุญแจตัวล็อกคอ  ถ้าเผลอลืมล็อคลำบากต้องให้เจ้าของเขามาเปิดให้แน่ครับ  (เนื่องจากตัวล็อกเขาได้ทำให้มันเสียไปแล้วครับ)  สำหรับใครที่เดินทางไปหลายวันหน่อยแนะนำให้เช่าวันที่ 2 ครับจะคุ้ม  เพราะถ้าคุณเช่าวันแรกกว่าเราจะเข้าห้องพักก็หลังเที่ยงไปแล้ว  ยังไงซะอีกวันเราต้องตื่นสายอยู่แล้ว  แทบจะไม่ได้ใช้รถเลยครับถือว่าไม่คุ้ม  ไปเช่าเอาวันที่ 2 ดีกว่า  การเช่าก็ใช้แค่บัตรประชาชนอย่างเดียว  สำหรับนักท่องเที่ยวก็ใช้พาสปอร์ตได้เลยครับ

และนอกจากนั้นใครที่สนใจจะทัวร์เกาะ 4 เกาะ 6 เกาะ หรือไปนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก  ก็มีทริปให้เลือกซื้อตามแต่ความสนใจของท่านได้เลยครับ  ส่วนตัวแล้วผมให้ 8 เต็ม 10 เลยนะครับสำหรับเกาะนี้  ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวก็ลองแวะไปได้นะครับ  การเดินทางสะดวกสบายและชายหาดสวยงามไม่แพ้ทะเลอันดามันเลย  การเดินทางไปสัมผัสอะไรใหม่ ๆ  ก็เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ  ทำให้ชีวิตคุณมีเรื่องตื่นเต้น  และมีอะไรใหม่ๆ ทำเสมอ  เช่นเดียวกับผม  ผมชอบการเดินทางคนเดียว บางทีไปนอน Hostel ผมชอบที่จะได้พบเจอเพื่อนใหม่ ๆ  แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน  และเป็นการฝึกทักษะในการพูดภาษาอังกฤษของเราไปในตัวด้วย  ใครที่คิดว่ารอให้ฉันเก็บเงินให้ได้ก่อน รอให้ฉันมีเงินมากๆ ก่อน ผมบอกเลยครับ   คุณรอได้เลย…และก็ไม่มีทางพร้อมแน่นอน  เพราะก็จะมีเรื่องให้คุณต้องยุ่งและทำอยู่ตลอดเวลา  ถ้าหากต้องรอทุกอย่างให้พร้อม  เพราะฉะนั้น อยากทำอะไรก็ทำไปเลยครับ เพราะชีวิตเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าพรุ่งนี้  จะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่ไหม  ยังไงผมฝากไว้ด้วยนะครับ

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *