โลกสีเทา

หลายคนอาจเข้าใจว่าโลกใบนี้ มีแต่สีขาวและสีดำเท่านั้น  เรามองโลกและตัดสินโลกด้วยประสบการณ์ของเรา  ภาพในหัวของเราจึงตัดสินเรื่องราวต่างๆ ไปตามแต่ความคิด  และประสบการณ์ที่ผ่านมาของเราเท่านั้น  จะว่ากันไปแล้วถ้าจะเปรียบวงกลมสองวง  วงหนึ่งเป็นสีขาว  อีกวงหนึ่งเป็นสีดำ  หากเรานำมาทับซ้อนกัน  มันก็จะกลายเป็นสีเทาทันที

ถ้ามองด้วยตาเปล่าไม่มีทางรู้ได้เลยว่า  มีวงกลมอยู่สองวงไม่ใช่แค่วงเดียว   หลายคนไปตีความต่าง ๆ นา ๆ บ้างก็ว่าสีดำ  บ้างก็ว่าสีขาว  แต่อันที่จริงมันคือ “สีเทา”  ที่เหลี่ยมล้ำกันอยู่ระหว่างสองสีนี้

โลกเราก็เป็นแบบนี้แหระครับ โดยเฉพาะสังคมปัจจุบันมีจะค่อนข้างไปทางสีเทาเยอะมาก  เราถูกสอนให้มองโลกด้วยความดี และความไม่ดี

สีขาว  คือ  ตัวแทนของความดี 

สีดำ    คือ  ตัวแทนของความชั่วร้าย

แท้ที่จริงสิ่งที่อันตรายกว่านั้นก็คือ สีเทาต่างหาก  ในหนังสือหลายเล่มไม่มีสอนเรื่องนี้  หรือกระทั่งตอนที่เราเรียนหนังสืออยู่  เพราะมันเป็นเรื่องที่พูดได้ยาก  ที่จะนำมาอธิบายเป็นตำราได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เรา  ถ้าเราพูดความจริงทั้งหมด  อาจเป็นอันตรายกับตัวเราได้  การเลือกที่จะอยู่นิ่ง ๆ  ไม่พูดเสียยังจะดีซะกว่า  นั้นคือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์เรา

หลายท่านอาจมองว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ  มันมีจริงครับบนโลกใบนี้  เราจะพบเจอจากทุกรูปแบบ  คุณเคยสงสัยไหมละครับ

 

– ไม่แปลกใจเหรอว่านักการเมืองบางคน  พอมาเล่นการเมืองก็ร่ำรวยขึ้น  แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องมืดมาเกี่ยวข้อง

– ผู้นำบางประเทศที่ต่างบ่งบอกถึงความใสสะอาดของตัวแทน  อีกมุมหนึ่งที่เรามองไม่เห็น  มันอาจมีอะไรซ่อนอยู่

– ในวงการธุรกิจ เราอาจเห็นนักบุญในคราบของคนสีเทาก็เป็นไปได้

เราจะต้องรับมือ  หรือพบเจอกับคนเหล่านี้ตลอดเวลา  คุณไม่สามารถไปเอาผิดอะไรเขาได้หรอก  เพราะมนุษย์กลุ่มนี้อันตรายมาก  เขาไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาให้คุณเห็น  ถึงจะเปิดเผยก็แค่มุมที่เขาอยากให้คุณเห็นเท่านั้น  บางคนอ่านแล้วมองว่าเกินไปหรือไป  สำหรับคนมองโลกในแง่ดี  จะถูกปลูกฝังแต่เรื่องดีๆ ทำให้เขามองอะไรที่ดีไปหมด  แม้กระทั่งในเรื่องราวร้าย ๆ  สิ่งนั้นเป็นภูมิคุ้มกันเขาได้  แต่กับคนกลุ่มเทา  คุณอาจกำลังตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

มนุษย์เราถูกสอนให้อยู่ในสังคม และมีความเห็นใจซึ่งกันและกัน  แต่ในความเป็นจริง กลับมีพวกสีเทาต่างหาผลประโยชน์จากจุดอ่อนของมนุษย์  อันได้แก่ ความโลภ โกรธ หลง  อันเป็นจุดอ่อนของมนุษย์ในการทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง  คนที่หลงเข้าไปติดกับดัก  บางทีก็หลงมากจนยอมทำตามทุกอย่าง  โดยไม่แยกผิดถูกเลย  เราควรมีสติให้มากนะครับ  บุคคลเหล่านี้มาในหลากหลายรูปแบบ ถ้าหากคุณใช้ชีวิตอย่างมีสติ  มองโลกตามความเป็นจริง  ใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา  ทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี

สำหรับคนที่มีเรื่องเจ็บปวดฝังใจในชีวิตอยู่  อาจทำให้คุณกลายเป็นคนหวาดกลัว  ขาดความมั่นใจในตัวเอง  บางครั้งก็มองโลกในแง่ร้ายเกินไป

ผมอยากจะแนะนำนะครับว่า  เราไม่ได้อยู่ถึง 100 ปี  เพราะฉะนั้น จงใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญ  ไม่ต้องไปกังวลกับอะไรทั้งนั้น  ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุและผลของมัน  เราต้องยอมรับความเป็นจริง และเผชิญหน้ากับมัน  เราสามารถมีความสุขได้ในทุกรูปแบบ  ตามที่เราต้องการ  อย่าเอาแต่จมทุกข์  จมอยู่กับความเจ็บปวดแบบนั้น  มารู้ตัวอีกทีก็วาระสุดท้ายของตัวเอง  ใกล้เข้ามา  คุณแทบไม่ได้ทำอะไรแล้วมานั่งเสียดายกับชีวิต  เพราะฉะนั้นลืมทุกอย่างซะแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ทันที  ใครที่ทำให้เราเจ็บก็ขอบคุณเขา  ไม่มีเขาเราก็ไม่แกร่งได้จนถึงทุกวันนี้ครับ….