เรื่องเงินๆ ทองๆ

คุณเบื่อไหมครับที่ต้องใช้ชีวิตแบบเข้างาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนแก่
ยิ่งบางคนต้องทำงานวันเสาร์แล้วด้วยเท่ากับว่าอาทิตย์หนึ่งคุณใช้เวลาไปกับการทำงานไป 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  ชีวิตคุณหมดไปกับที่ทำงาน

แล้วงานที่คุณทำมันตอบโจทย์และบอกตัวตนของคุณจริงๆหรือไม่  คุณกล้าตอบคนอื่นและตัวเองไหมว่า งานที่คุณทำมันให้คุณค่ากับตัวเอง และคนอื่นในรูปแบบใดบ้าง

ทุกวันนี้คุณมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นจากการทำงาน  หรือมีหนี้สินเพิ่มขึ้นกันแน่  ลองทบทวนแล้วทำบัญชีการรับจ่ายขึ้นมาดูนะครับ

หนี้สินที่คุณก่อขึ้นทำให้คุณเป็นกังวล  ไม่ว่าจะเรื่องกลัวตกงาน กลัวความไม่มั่นคงแน่นอนจากงานที่ทำ จนทำให้ไม่กล้าที่จะไปทำตามความฝันของตัวเอง  ต้องติดกับดักแบบนี้เป็นวงจรไปเรื่อยๆ

ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงต้องอยู่ในสภาพแบบนี้  บนโลกทุนนิยมที่มีความเหลี่ยมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน  ถ้าหากเรามองกันแบบตรงไปตรงมา  จะพบว่าคนจนต้องจ่ายแพงกว่าในหลายๆ เรื่องแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ   มีบางคนบอกว่าก็คนจนและคนชนชั้นกลางชอบใช้ของแพงเลยทำให้ไม่รวย   ผมว่า… ประเด็นนี้ตัดออกไปได้เลย  เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด  ถ้าหากคุณบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ดี  ทุกคนก็รวยได้ (ในฉบับของตัวเอง)

ยกตัวอย่างการที่บางคนใช้ชีวิตหรู  เช่นไปนั่งกินสตาร์บัคส์คนจนหรือชนชั้นกลางอาจมองว่า เห่ยมันดูหรูหรามีระดับ  แต่สำหรับคนรวยไม่ได้คิดแบบ นั่นเป็นเพราะเขาดื่มด่ำกับรสชาติและไลฟ์สไตส์ในชีวิตของตัวเขาเอง  เรื่องไลฟ์สไตส์ของคนเรานี้ผมว่า..ไม่ผิดหรอกครับ  เพียงแต่คุณต้องปรับให้เหมาะกับคุณเท่านั้นเอง

ที่ผมเขียนหัวข้อนี้ขึ้นมาเป็นประเด็น  ก็เพราะว่า..ผมต้องการให้คุณผู้อ่าน  ได้ลองจินตนาการดูครับว่า  ถ้าหากคุณตัดเรื่องข้างบนที่เรากล่าวไว้ออกไปให้หมด  ย้ำว่าลบออกไปแบบไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเรานะครับ  แล้วมาตั้งคำถามกับตัวเองใหม่ว่า…

1.ถ้าหากต้องออกจากงานเลยฉันจะอยู่ได้อีกกี่เดือน แล้วฉันจะทำอะไรต่อ ?

2.อะไรบ้างที่เป็นทรัพย์สินของเราจริง ?

3.อะไรที่บอกตัวคุณมากที่สุด (อาจเป็นสิ่งที่ชอบ รัก หรือสิ่งที่อยากจะทำที่สุด)?

4.เราอยู่ได้ไหมหากต้องไม่ทำงานประจำอีกต่อไป ?

ไม่ต้องคิดอะไรมาก  การฝึกตั้งคำถามให้กับตัวเองก็เพื่อที่จะให้เรารู้จักวิ่งหาคำตอบ  ให้เป็นอิสรภาพชีวิตของตัวเอง ไม่วิ่งตามสังคมแต่ลงลึกไปถึงตัวตนของเราจริงๆ  ผมชอบนักธุรกิจท่านหนึ่งนะครับ  หลายท่านคงจะรู้จัก  ริชาร์ด แบรนด์สัน  เขามักจะมีแนวคิดที่น่าสนใจ  ประโยคที่เขาพูดว่า “ถ้าอะไรที่ทำเเล้วไม่สนุกก็จะไม่ทำ”  ซึ่งผมว่ามันตอบโจทย์ได้ดีมากครับ  ถ้าหากเราใช้ชีวิตในแบบสนุกตามแบบที่เราต้องการ  งานทุกอย่างก็จะออกมาดีด้วยตัวของมันเองเพราะมันคือสิ่งที่เราทำด้วยใจ  ความรักจะเป็นตัวนำทางให้เราไปหาความสำเร็จที่ยั่งยืนนั่นเอง