เตรียมตัวตายกันหรือยังครับ

เราพยายามวิ่งหาความสุขกันอยู่ตลอดเวลา  ยิ่งวิ่งก็รู้สึกจะเหมือนไกลออกไปทุกที  เพราะความสุขมันอยู่รอบตัวเรานั่นแหละครับ  ชีวิตเราเอาแต่กังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง  หรือไม่ก็นึกหวนหาอดีตที่มันผ่านไปแล้ว  โดยที่เราก็หารู้ไม่ว่า  ความตายกำลังมารอเราอยู่ข้างหน้า

ผมมีคำถามหนึ่งกับท่านผู้อ่านนะครับ  ทุกวันนี้ได้เตรียมตัวตายกันหรือยังครับ  บางทีนะครับผมตื่นมา กลางดึก ยังมีความรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งตื่นจากความตาย  หรือไม่ก็ฝันว่าวิญญานเราออกจากร่าง  ไปในที่ ๆ เรายังไม่เคยไปมาก่อน

ผมก็เลยอยากรู้นะครับว่า…. คุณเคยวางแผนความตายไว้หรือไม่  ถ้าหากว่าคุณต้องตายไปในวันนี้เลย  มีอะไรที่คุณยังต้องเป็นห่วงไหม  หรือมีอะไรบ้างในชีวิตที่เรายังไม่ได้ทำ  และอยากที่จะทำมันแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำ  คนเรามักจะประมาทและละเลยกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆนะครับ

อย่างเช่นตัวผมเอง  บางทีผมก็ชอบลืมไหว้พระก่อนนอน ทั้งที่ตอนเด็กเราถูกบังคับปลูกฝังให้ทำตลอดเวลา  เราลืมเรื่องอายุไปว่าเราอายุมากขึ้นแล้ว  ลืมกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆหลายอย่างไป  เพราะชีิวิตเราเอาแต่วิ่งวุ่นอยู่กับสิ่งที่คิดว่า จะทำให้ชีวิตเรามันมั่งคงอยู่ได้  ทั้งที่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตายไปเมื่อไหร่  และก็ไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวตายด้วยซ้ำ  ตอนนี้ผมก็ได้มาเริ่มตั้งโจทย์ให้กับชีวิตตัวเองแล้วละครับว่า

ยังมีสิ่งไหนบ้างที่ผมยังไม่ได้ทำ  และอยากจะขอโทษหรือขอบคุณใคร  ผมจะไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นมันผ่านไปง่าย ๆ  การจัดตารางชีวิตก็เช่นกัน  นอกจากการให้เวลากับการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แล้ว  เราต้องฝึกจิตตัวเอง  ให้เวลากับตัวเองได้นั่งสมาธิ  อยู่กับตัวเองให้มาก ๆ  ปล่อยวางทางโลกให้เร็วที่สุด

ใจที่มันนิ่งและรักษาสภาพจิตใจอยู่เสมอ  มันเป็นอะไรที่ิวิเศษมาก  เพราะต่อให้วิญญานเราจะหลุดออกจากร่าง  เราก็จะเป็นอิสระจากมันและไม่ต้องวังวลอะไรทั้งนั้น  อย่าไปพูดถึงเรื่องการสำเร็จธรรมขั้นสูงอะไรเลยครับ  แค่เอาพื้นฐานสภาวะจิตใจของเราให้มันนิ่งให้ได้ก่อน  เท่านี้ชีวิตก็ได้ขึ้นชื่อว่าคุณมาทางสายกลางแล้วครับ  การปล่อยให้ชีวิตทำอะไรตามอำเภอใจตัวเอง  มากจนเกินไป  มันก็ไม่ดีนะครับ  เพราะจิตใจมนุษย์มักจะพาเราไปหาอบายมุข  และสิ่งที่ตกต่ำอยู่เสมอ ๆ

โลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ  ในแต่ละวันเราบริโภคข่าวสารมากมาย  แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ล้วนไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับเราจริง ๆ  เป็นเพียงเครื่องสร้างกิเลสและสิ่งเศร้าหมองให้กับจิตใจเราทั้งนั้น  การตามดูจิตใจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  จะทำให้เราสามารถเเยกแยะอะไรได้ดียิ่งขึ้น  ไม่หลงไปกับสิ่งยั่วยุทางโลก  และไม่หลงไปทำสิ่งไม่ดีที่เป็นบาป

คนที่มีจิตใจเป็นธรรมมะ  อยู่ที่ไหนเทวดาก็คุ้มครอง  การทำบุญไม่ได้จำกัดไว้แค่การบริจาคทานเท่านั้น  การให้ความรู้  ให้ธรรมมะ  หรือแม้กระทั่งการนึกถึงพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย  ล้วนนำมาซึ่งผลบุญทั้งนั้น  คนบางคนยอมทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  เพียงเพราะต้องการให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น  โดยไม่แยกแยะถูกผิด  ในท้ายที่สุด  จิตก่อนตายก็ต้องพาไปนรกเป็นที่ตั้ง  วันนี้เรามาเริ่มเตรียมตัวตายกันได้แล้วครับ

ความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ  ที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง  ใช้ธรรมชาติเป็นตัวบำบัดความทุกข์ใจ  ความเศร้าหมองของจิตใจ  กิเลส และสิ่งยั่วยุ  พาจิตใจตัวเองให้สูงและเข้าถึงธรรมชาติให้ได้  ปล่อยวางและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ใกล้เคียงกับธรรมชาติ เพียงเท่านั้นก็คือการเตรียมตัวตายที่ดีแล้วครับ  สุดท้ายผมขอฝากไว้ว่า “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ”