สิงคโปร์ประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาทรัพยากรมนุษย์เป็นอันดับที่ 13 ซึ่งมากกว่าญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริก

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์  สิงค์โปร์ได้จัดอยู่ในอันดับที่ 13 จากทั่วโลก  ซึ่งมากกว่าญี่ปุ่นที่อันดับ 14 และสหรัฐฯที่อันดับ 27

การศึกษาตามช่วงระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ.2553 ถึง 2559 ดำเนินการโดยสถาบันวัดและประเมินผลทางสุขภาพ (IHME) ซึ่งเป็นศูนย์การวิจัยด้านสุขภาพที่เป็นอิสระจากทั่วโลกจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน   ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ The Lancet เมื่อวันอังคาร (25 ก.ย.)

IHME กล่าวว่าการจัดอันดับที่ 13 ให้กับประเทศสิงคโปร์ในข้อสรุปของการศึกษาในปี พ. ศ. 2560 แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงที่สำคัญตั้งแต่ปี พ. ศ. 2533 ตอนนั้นอยู่ในลำดับที่ 43 ในทางตรงกันข้ามประเทศสหรัฐอเมริกาลดลงจากอันดับที่ 6 ในปี พ.ศ. 2533 เป็นอันดับที่ 27 ในปี พ. ศ. 2560

จากการจัดอันดับ  4 อันดับแรกในปี 2016 ได้แก่ 1.ฟินแลนด์ 2.ไอซ์แลนด์ 3.เดนมาร์ก  4.เนเธอร์แลนด์

IHME ได้ตรวจสอบประเทศและจำนวน 195 ประเทศเกี่ยวกับการศึกษา   ทรัพย์กรมนุษย์ หมายถึง “ความสำเร็จด้านการศึกษาการเรียนรู้และสถานะทางสุขภาพของพนักงานที่มีส่วนช่วยในการผลิตทางเศรษฐกิจ”

การปรับปรุงที่สำคัญของสิงคโปร์เกิดขึ้นจากบุคคลที่คาดว่าจะมีผลผลิตที่ยอดเยี่ยมตลอด 24 ปี  โดยคำนึงถึงอายุขัยของบุคคล  สุขภาพปีที่เรียนและการเรียนรู้   จากการศึกษายังพบว่า  เมื่อเทียบกับคนในประเทศอื่น ๆ ชาวสิงคโปร์สามารถคาดหวังที่จะมีชีวิตที่มีสุขภาพดีตั้งแต่อายุ 20 ถึง 64 ปี

IHME ได้ให้คะแนนประเทศเกี่ยวกับองค์ประกอบหลายด้านของทรัพยากรมนุษย์: จำนวนปีที่ทำงานในโรงเรียน  คุณภาพของการเรียนรู้และสถานะสุขภาพของพวกเขา  องค์ประกอบเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับความสำคัญของรัฐบาลในการศึกษาและสุขภาพของประชาชน

ดร. คริสโตเฟอร์เมอร์เรย์ผู้อำนวยการ IHME กล่าวว่า “ในขณะที่เศรษฐกิจโลกพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นจากการเกษตรไปจนถึงอุตสาหกรรม  การบริหารทรัพยากรมนุษย์ก็มีบทบาทสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น”

 

ขอบคุณ straitstimes