ศิลปะกับการใช้ชีวิต

แท้ที่จริงแล้วนะครับ  ศิลปะกับการใช้ชีวิต  แทบแยกไม่ออกจากกันเลยครับ  โดยเฉพาะชีวิตของการเป็นศิลปิน  คำนิยามของชีวิตคนเราในแต่ละคนมันก็แตกต่างกันออกไปนะครับ

บางคนมีความเห็นว่า  การได้ท่องเที่ยวหรือเดินทางไปที่ใหม่ ๆ ทำให้ตัวเองเกิดแรงบันดาลใจ

บางคนมีความเห็นว่า  การได้ใช้ชีวิตอยู่บ้าน กับครอบครัว  แค่นี้ก็คือความสุขในชีวิต

บางคนก็มีความเห็นว่า  การเดินช็อปปิ้ง  หาอาหารอร่อยๆ กิน  ได้ออกกำลังกายแค่นี้ชีวิตก็มีความหมาย

แท้ที่จริงความหมายของชีวิตที่ดีสุด  มันอาจไม่ได้มีอยู่จริงก็ได้ครับ  มันก็ขึ้นแต่ละคนว่าจะมองมันยังไงซะมากกว่า  การใช้ชีวิตจึงถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง สำหรับคำนิยามของผมนะครับ  การใช้ชีวิตไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเอง  ไปแค่การท่องเที่ยวหรือการเดินทางเท่านั้น  ทุกอย่างในชีวิตคือการใช้ชีวิต  เพียงแค่เราต้องฝึกตัวเองให้เป็นคนช่างสังเกตุ  กับสิ่งรอบตัว  เรียนรู้เข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม  ไม่ว่าจะไปที่ไหน  ชีวิตก็มักจะเกิดไอเดียใหม่ ๆ อยู่แล้ว

ถ้าหากเราไปโฟกัสว่าการเดินทาง  คือสิ่งที่จะทำให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจ  นั่นก็เท่ากับไปปิดกั้นตัวเองมากไปครับ  กลายเป็นว่าจิตใจเราก็จะไปว้าวุ้นเกี่ยวกับการเที่ยว และการเดินทางตลอด  ทั้งที่ในความเป็นจริง  ชีวิตเราก็ยังต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง  ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีวิตกันไป

เราเลือกที่จะมีความสุขกับการใช้ชีวิต  พร้อมกับสร้างสรรค์งานศิลปะได้ทุกที่  ขอเพียงแค่คุณรู้จักมองให้เห็นและรู้จักสังเกตุให้มาก  คนเราพอสังเกตุให้มากก็จะมองเห็นอะไรที่ลึกขึ้น  จากทุกมุม เห็นอะไรบางอย่างที่มันซ่อนอยู่ในทุก ๆ สถานที่ที่เราไป  ซึมซับมันให้มาก ๆ  แล้วปล่อยชีวิตให้เป็นอิสระกับทุกอย่าง  คุณก็จะได้รับพลังงานอะไรบางอย่างที่ทำให้ชีวิตคุณ  ได้สร้างผลงาน สร้างความแตกต่างขึ้น  เพราะจิตที่อิสระ  ปราศจากการควบคุมแล้วใช้หัวใจนำทาง  ย่อมจะได้ผลงานที่ยอดเยี่ยมเสมอ

คนเราบางคน  เราใช้ความคาดหวังเป็นตัวนำทาง  ทำให้เราติดกรอปไปหมด  และไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเยี่ยมออกมาได้  เวลาที่คุณนึกอะไรไม่ออกนะครับ  ผมอยากจะให้คุณลองกลับมาทบทวนตัวเอง  นึกถึงความรู้สึกอะไรก็ได้  ครั้งแรกที่คุณเคยทำมันได้ดี  ทำเหมือนกับว่าทุกอย่างมันเป็นสิ่งใหม่อยู่เสมอ  ความที่ใหม่อยู่ตลอดเวลานั่นแหละครับ  ที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับโลกใบนี้ของเรา

แต่ในท้ายที่สุดมนุษย์เรานะครับ  ต่อให้เราจะไปได้ไกลแค่ไหน จะอยู่สูงแค่ไหน  สุดท้ายก็ต้องกลับสู่ที่เดิมเสมอ นั่นคือพื้นฐานของชีวิตคนเรา จะว่าไปแล้วชีวิตนี้มันเเสนจะสั้นนัก  ควรเลือกใช้ชีวิตและฝึกเข้าใจโลกให้เร็วขึ้น  ก็ย่อมได้เปรียบคนอื่น  บางคนกว่าจะยอมรับและเข้าใจโลก  กลายเป็นว่าอายุก็ปาไปใกล้เข้าฝั่งไปแล้ว  ได้แต่นั่งเสียดายกับเวลาที่มันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  ชีวิตมันก็เท่านั้นเองแหละครับ  แค่ยอมรับมัน และใช้ชีวิตที่เหลือของเราให้มีความสุขให้มากที่สุด  นี่แหละครับคือพลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว  กำลังใจของเราเองนั่นแหละครับคือยาชั้นดีที่สุดในโลกเลย  ผมรับรองให้เลยครับ