ฝึกตัวเองให้เป็นคนจิตว่าง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ปัญหาก็คือ  การทำจิตใจให้ว่าง…………………………………………………

เมื่อจิตว่างเราจะปราศจากอคติต่าง ๆ   ชีวิตเราจะมองเห็นแสงสว่าง  เห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น  บางทีเราก็ต้องฝึกคิดนอกกรอบ  เพื่อพาให้ตัวเองก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง

ชีวิตที่เราอยู่กับกรอบมากจนเกินไป  จนบางทีเราไม่กล้าแม้แต่จะลองเสี่ยง  หรือทำอะไรใหม่ ๆ  ทนอยู่กับบางสิ่งทั้งที่ในใจไม่ได้มีความสุขกับมันเลย  ไม่ว่าจะ…

ทนอยู่กับคนแย่ ๆ  ทั้งที่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องทนกับมัน

ทนอยู่กับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ทั้งที่ตัวเองก็มีโอกาสพบและทำในสิ่งใหม่ ๆ

ทนอยู่กับอดีตที่คอยตอกย้ำให้ตัวเองต้องเจ็บปวด และขุดหลุมฝังตัวเองไปเรื่อย ๆ

 

เราต้องรู้จักพึ่งพาตัวเองให้ได้  อย่าได้ไปคาดหวังหรือฝากชีวิตไว้ที่ใคร  ไม่มีใครจะเป็นที่พึ่งให้เราได้ตลอดไปได้หรอกครับ  หรือแม้กระทั่งบางทีเราอาจต้องพบเจอกับสิ่งที่ผิดหวังบ้าง  คนที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้เราจะมาพบเจอกับเขาบ้าง  เหตุการณ์เหล่านี้บางทีมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  แต่มันคือความตั้งใจของเรานั่นแหละครับ

โชคชะตาจะไม่เล่นตลกกับใคร  ถ้าคุณไม่ไปทำอะไรกับมันก่อน  ทุกสิ่งมันเริ่มจะความคิดของคุณ  ถ้าชีวิตคุณคิดและทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง  โอกาสที่จะดึงคุณเข้าไปหาคนที่ดีพร้อม  ก็ย่อมจะเป็นไปในทิศทางนั้น  ในโลกแห่งความจริง  มันอาจไม่ได้เป็นสีขาวหรือสีดำแบบสุดโต่งหรอกครับ    มีแต่โลกที่เป็นสีเทานั้นแหละ

มันก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเทามาก เทาน้อย  ถ้าเราหลงเข้าไปวงจรพวกนี้  คุณต้องระมัดระวังให้มาก  อย่าปล่อยให้จิตใจทำความชั่วจนเป็นเรื่องเคยชิน  อย่าให้ตัวเองกลายเป็นปีศาจที่เห็นความโลภ  ความหลง เข้ามากุมหัวใจคุณได้  จนตัวคุณยอมทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  เพียงเพื่อแลกกับบางอย่าง….

การรักษาสมดุลของจิตใจ  และพัฒนาจิตใจให้มันสูงขึ้นจึงเป็นสิ่งที่เราต้องพึ่งปฎิบัติจนเป็นนิสัย  ทำจิตให้ว่างอย่างสม่ำเสมอ  เมื่อปัญหาเข้ามาก็ยอมรับมัน และใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  เมื่อจิตคุณเข็มแข็งไม่ว่าเหตุการณ์ตรงหน้าจะเป็นอย่างไร  ก็ไม่มีใครมาทำอะไรคุณได้

เพราะชีวิตเราเกิดมาพร้อมกับคำว่า อิสระ  อย่าปล่อยให้เรื่องทางโลกมาปิดบังอิสระทางจิตวิญญานของเรา  จนเราไม่กล้าที่จะทำอะไรให้ดีงาม ถูกต้อง  และเจริญงอกงามได้  เพราะฉะนั้นคุณต้องอนุญาตตัวคุณเองได้แล้วครับ  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป..